นวดแผนไทย

นวดแผนไทย ถือได้ว่าเป็นภูมิปัญญาของไทย ที่มีมาตั้งแต่อดีตกาล และสืบสานกันมาจนถึงปัจจุบัน

การนวดแผนไทย เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ซึ่งเกิดจากสัญชาตญาณของการอยู่รอด เมื่อมีอาการปวดเมื่อยหรือเจ็บป่วย ตนเองหรือผู้ที่อยู่ใกล้เคียงมักจะลูบไล้หรือบีบนวดบริเวณดังกล่าว ทำให้อาการปวดเมื่อยคลายลงได้ ต่อมาได้เริ่มสังเกตเห็นผลจากการบีบนวดในบางจุด จึงกลายเป็นความรู้ที่ได้สืบทอดต่อกันมา กลายมาเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งที่มีบทบาทในการบำบัดรักษา

หากใครมองว่าการนวดแผนไทยเป็นเรื่องล้าสมัย สลัดความคิดนั้นทิ้งได้เลย เพราะในยุคสมัยนี้คนเราหันมาดูแลสุขภาพ และดำรงชีวิตตามแนวธรรมชาติกันมากขึ้น

การนวดแผนไทย มีการรักษาที่หลากหลายวิธี อาทิเช่น วิธีรักษาด้วยการนวดกดจุด จัดกระดูกสันหลัง อบประคบสมุนไพร และการใช้ยาสมุนไพรเพื่อรักษาเสริมสร้างบำรุงสิ่งที่ร่างกายขาด เป็นต้น

images_01
images_02

ประโยชน์ของการนวด

  • ช่วยผ่อนคลายความเจ็บปวดโดยหลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดซึ่งเป็นยาอันตรายให้โทษ
  • ช่วยกระจายเลือดลมให้มาหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อหรือหลอดเลือดตามปกติ จะหายปวดได้
  • ช่วยทำให้กล้ามเนื้อเส้นเอ็นที่ตึงหรือแข็งตัวเกิดการอ่อนตัว
  • แก้อาการ เคล็ด ยอก ช้ำ บวม แก้โรคอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ ผ่อนคลายความเครียด
  • ทำให้ผู้ป่วยเกิดกำลังใจที่ได้รับความช่วยเหลือ ซึ่งเสียเงินน้อย ได้ประโยชน์มาก และสามารถช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว ช่วยเพื่อนบ้าน คนในชุมชนได้ และหลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวด ที่เป็นอันตรายได้

โทษของการนวด

  • ทำให้เกิดอาการระบม หรือชอกช้ำมากกว่าเดิม
  • ทำให้เกิดอาการบวมแดงมากกว่าเดิมในกรณีมีบาดแผลหรือเกิดอุบัติเหตุเจ็บป่วยมา
  • ทำให้เกิดอาการหลอดเลือดแตก หรืออักเสบหรือเนื่องจากหมอนวดไม่รู้สมมุติฐานของโรคที่แท้จริงอาจเกิดผิดพลาดได้
  • ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนหลังจากการนวดเสร็จเช่น โรคความดัน
  • ทำให้เกิดอาการอักเสบติดเชื้อรุนแรงตามหลังมา เช่นโรคไส้ติ่งอักเสบ กระเพาะอาหาร
  • ทำให้หมอนวดหรือผู้ถูกนวดติดต่อโรคจากกันได้ในกรณีมีเชื้อโรค

ประวัติความเป็นมาของนวดแผนไทย

เมื่อพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง ผ่านมาทางประเทศจีน และเข้ามาสู่เมืองไทย โดยการนำของพระสงฆ์ หลักฐานการนวดที่เก่าแก่ที่สุดคือ ศิลาจารึก ที่ขุดพบที่ป่ามะม่วง

ในสมัยพ่อขุนรามคำแหง ความรู้เกี่ยวกับการแพทย์ และการนวดของไทย จะสั่งสอนสืบต่อกันเป็นทอดๆ โดยครูจะรับศิษย์ไว้ แล้วค่อยสอนให้จดจำความรู้ต่างๆ ซึ่งความรู้สึกที่สืบทอดกันมานั้น อาจเพิ่มขึ้น สูญหาย หรือผิดแปลกไปบ้าง ตามความสามารถของครู และศิษฐ์ที่สืบทอดกันมา

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา รัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช การแพทย์แผนไทยนั้นเจริญรุ่งเรืองมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนวดแผนไทย จากหลักฐานทำเนียบศักดินา ข้าราชการฝ่ายทหารและพลเรือนทรงโปรดให้มีการแต่งตั้งกรมหมอนวด ให้บรรดาศักดิ์เป็นปลัดฝ่ายขวา มีศักดินา 300 ไร่ ฝ่ายซ้ายมีศักดินา 400 ไร่ หลักฐานจากจดหมายเกตุราชทูตลาลูแบร์ ประเทศฝรั่งเศส จากบันทึกเรื่องหมอนวดในแผ่นดินสยาม มีความว่า "ในกรุงสยามนั้น ถ้ามีใครป่วยไข้ลง ก็จะเริ่มทำเส้นสายยืดโดยผู้ชำนาญทางนี้ โดยการขึ้นไปบนร่างกายคนไข้ แล้วใช้เท้าเหยียบ"

ในสมัยรัตนโกสินทร์ การแพทย์แผนไทยได้สืบทอดมาจากสมัยอยุธยา แต่เอกสารและวิชาความรู้บางส่วนสูญหายไปในช่วงภาวะสงคราม ทั้งยังถูกจับเป็นเชลยส่วนนึง เหลือแต่หมอพระตามหัวเมืองไว้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงโปรดให้ระดมปั้นรูปฤๅษีดัดตน 80 ท่า และจารึกสรรพวิชาการนวดไทยลงบนแผ่นหินอ่อน 60 ภาพ แสดงจุดนวดต่างๆอย่างละเอียดประดับบนผนังศาลาทราย และบนเสาภายในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาได้โดยทั่วกัน

ต่อมาใน พ.ศ. 2375 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัดโพธิ์ใหม่ ทรงให้หล่อรูปฤๅษีดัดตนเป็นโลหะ และทรงให้รวบรวมตำราการนวดและตำราการแพทย์ จารึกในวัดโพธิ์ เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชน ทั่วไปศึกษา และนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป

ใน พ.ศ. 2397 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้หมอนวดและหมอยา ถวายการรักษาความเจ็บป่วยยามทรงพระประชวร แม้เสด็จประพาสแห่งใดต้องมีหมอนวดถวายงานทุกครั้ง

ใน พ.ศ. 2499 พระบาทสมเด็จพระปิยะมหาราช ทรงโปรดเกล้าฯให้แพทย์หลวงทำการสังคายนาและแปลตำราแพทย์ จากภาษาบาลีและสันสกฤต เป็นภาษาไทยเรียกว่าตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ (ฉบับหลวง)

สมุนไพร

สมุนไพรเป็นภูมิปัญญาในการดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยมาตั้งแต่ในอดีต เนื่องจากประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพ ทำให้ประเทศเรามีศักยภาพในการพึ่งพาตนเองได้ ดังนั้นองค์ความรู้เหล่านี้จึงถือเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ที่ควรรักษาและสืบทอดให้คงอยู่สืบต่อไป ควบคู่กับการพัฒนาและการใช้ประโยชน์ที่ยั่งยืน

ยังไม่ได้กรอง

เช่น ชุมเห็ดใหญ่ สามารถแก้อาการท้องผูกได้ และที่สำคัญสมุนไพรนั้นส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายน้อยมาก เนื่องจากเป็นสารจากธรรมชาติจึงมีการสะสมพิษตกค้างในร่างกายน้อยมากหรือไม่มีเลย ต่างจากยาที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นจากกรรมวิธีทางเคมี เช่น สเตียรอยด์ เช่น เครื่องเทศและใช้เป็นสารที่ใช้ในการถนอมอาหารได้ เช่น กระเทียม พริกไทย เช่นการใช้มะกรูดเป็นส่วนผสมในการทำแชมพู หรือยาบำรุงกำลังเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง สร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ได้ เพราะเนื่องจากสมุนไพรนั้น สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์และอาจนำเข้าสู่ธุรกิจระดับอุตสาหกรรม เป็นการสร้างชื่อเสียงและรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นได้ อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาชาวบ้านไว้ไม่ให้สูญหายไปได้

ประโยชน์ของสมุนไพร

  • ใช้เป็นยาบำบัดรักษาโรค
  • ใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร
  • ใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับความงาม
  • ใช้เป็นอาหารเสริมบำรุงร่างกาย
  • ใช้ขับสารพิษ
  • ใช้เป็นเครื่องดื่ม เช่น น้ำขิง น้ำตะไคร้
  • ช่วยส่งเสริมความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ
all
eeee

กลิ่นสมุนไพร

อบเชย
มีกลิ่นช่วยบรรเทาอาการไข้
และเป็นเครื่องเทศที่มีอยู่ในยาหอมหลายๆสูตร
กะเพรา
เมื่อนำใบมากลั่นเป็นน้ำหอม
สามารถทาเพื่อฆ่าเชื้อโรคและกันยุงได้นานถึง 2 ชั่วโมง
ใบสะระแหน่
สะระแหน่มีคุณสมบัติเป็นยาดับกลิ่นตามธรรมชาติ
ลองหยดน้ำมันสกัดจากสะระแหน่ 2-3 หยด ลงในอ่างอาบน้ำดูสิ
มะกรูด
ใช้ผิวมะกรูด 1 ช้อนแกง หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เติมการบูร 1 หยิบมือ
ชงน้ำเดือด 1 แก้ว แช่ทิ้งไว้ดื่มแต่น้ำ บรรเทาอาการวิงเวียน

ลูกประคบ แก้เจ็บกล้ามเนื้อ หรือเจ็บเส้นเอ็น

ส่วนผสม
ดอกกานพลู 30 ดอก
ข่าแก่ 7 แว่น เล็กๆ
วิธีการทำ
นำมาบดหรือโขลกรวมกัน
แล้วก่อด้วยผ้าขาวบางเป็นลูกเล็กๆ
วิธีใช้
นำไปชุบเหล้าขาวหรือแอลกอฮอล์
ถูออกไปทางด้านนอกตัว ตรงกล้ามเนื้อ หรือ เส้นเอ็นบริเวณที่ปวด ทำวันละ 3-5 ครั้ง
ข้อควรระวัง
เมื่อหมดกลิ่นกานพลูแล้วจึงทิ้ง

สูตรสมุนไพรพื้นบ้าน แก้เชื้อราที่ง่ามนิ้วเท้า

ส่วนผสม
ใบต้นเทียนบ้าน หรือ ข่าหนึ่งกำมือ
วิธีทำ
ตำให้ละเอียด แล้วนำมาพอกหรือทาบริเวณที่มีอาการ วันละ 3-4 ครั้ง

เป็นหวัด คัดจมูก รักษาได้ง่ายๆด้วย "สมุนไพร" ใกล้บ้านคุณ

ฟ้าทะลายโจร
กระเทียม
ขิงแก่ ใบมะขามสด
ตะไคร้ ใบมะขาม หอมแดง
eeee

นวดจัดกระดูก เป็นแขนงการดูแลสุขภาพ โดยตรวจรักษาระบบประสาท จากการดูแลกระดูกสันหลัง และข้อต่างๆในร่างกาย เพื่อให้ระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องจ่ายยา ใช้เข็ม หรือผ่าตัด ด้วยการรักษาความผิดปกติของโครงสร้างและการเคลื่อนไหวของร่างกาย หรือการเคลื่อนจากตำแหน่งปกติของข้อกระดูกสันหลัง เนื่องจากกระดูกสันหลังเป็นจุดศูนย์กลางของดุลยภาพในการเคลื่อนไหวของร่างกาย ฉะนั้นหากมีความผิดปกติเกิดขึ้นในบริเวณนั้น อาจจะมีผลกระทบต่อระบบประสาท ซึ่งควบคุมร่างกายทั้งหมดของเรา การนวดจัดกระดูกจึงเน้นถึงความสมดุลของระบบโครงสร้างของร่างกาย

eeee
eeee

ประโยชน์ของการจัดกระดูก

  • ช่วยปรับกระดูกให้เข้าที่
  • ช่วยลดปวด เช่น ปวดหัว ปวดคอ ปวดศรีษะ
  • ลดกล้ามเนื้อตึง เกร็งเรื้อรัง และการปวดเรื้อรัง
  • ช่วยเพิ่มการยืดหยุ่นของข้อต่อและ ช่วงมุมการเคลื่อนไหว
  • ปรับระบบไหลเวียนเลือดและน้ำเหลือให้ปกติ
  • ช่วยกระตุ้นให้ระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
eeee